แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2)สุขภาพดีดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2)สุขภาพดีดี แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์

วิตามินอี Vitamin E อาหารเสริมเพื่อผิวสวยใส

วิตามินอี (Vitamin E)
เมื่อพูดถึง วิตามินซีแล้ว ก็ต้องตามมาด้วยวิตามินอี เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของวิตามินซี วิตามินอีเป็นอีกหนึ่งในกองทัพต้านอนุมูลอิสระที่ทรงอานุภาพ แต่ข้อแตกต่างที่สำคัญจากวิตามินซีคือ วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน แต่ไม่ละลายในน้ำ ดังนั้นในบางบริเวณของร่างกาย เช่น เยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งเป็นไขมัน จะต้องอาศัยวิตามินที่ละลายในไขมันได้ เข้าไปจัดการกับอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น เรียกง่ายๆ ว่า วิตามินซีกับวิตามินอีนั้น มีการแบ่งโซนการดูแลจัดการอนุมูลอิสระกันนั่นเอง 
วิตามินอี (Vitamin E) มีความสามารถในการช่วยปกป้องคุ้มครองคอลลาเจน ให้รอดพ้นจากการทำลายของอนุมูลอิสระเช่นเดียวกับวิตามินซี และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังเซลล์ ไม่ให้ถูกทำลายโดยง่าย ผลต่อผิวพรรณ ทำให้ผิวชุ่มชื่น ผิวแข็งแรง ลดรอยแผล ป้องกันรอยเหี่ยวย่น และมีหลายการศึกษาที่แนะนำว่า วิตามินอีอาจมีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นโลหิตในสมองตีบ อัลไซเมอร์ และมะเร็งต่างๆ

วันพฤหัสบดี

วิตามินซี Vitamin C สุดยอดอาหารเสริมพื้นฐานที่ทุกคนควรทาน

วิตามินซี (Vitamin C)
วิตามินซี หรือ แอสคอบิกแอซิด (Ascorbic Acid) เป็นวิตามินที่ได้รับการยกย่องจาก Dr.Nicholas Perricone แพทย์ผิวหนังและ Anti-Aging ชื่อดังจากนิวยอร์ก ว่าเป็นวิตามินระดับซูเปอร์สตาร์ เป็นวิตามินที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระตัวแรกๆ ที่ถูกค้นพบและศึกษากันอย่างกว้างขวาง จากการทดลอง พบว่า วิตามินซี(Vitamin C) น่าจะยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ และมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจน จึงอาจช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและการเสื่อมสภาพของผิวได้ นอกจากในเรื่องของผิวแล้ว วิตามินซีอาจช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ลดอาการโรคภูมิแพ้ ป้องกันโรคที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับอนุมูลอิสระเช่น โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคมะเร็ง

ผลิตภัทณฑ์เสิรมอาหาร
วิตามินซีเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รับประทานกันอย่างแพร่หลายที่สุด
ความแตกต่างระหว่างวิตามินซีจากธรรมชาติ หรือ แบบ อินทรีย์(organic) และกรดแอสคอบิกสังเคราะห์โดยทั่วไป คือความยากง่ายในการย่อยและดูดซึม ซึ่งต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละคน

วันพุธ

7 สุดยอด Vitamin อาหารเสริม เพื่อผิวสวยใส(ตอนจบ)

สารสกัดจากองุ่น

องุ่นประกอบด้วยสารสำคัญที่ควรรู้จักสองอย่าง คือ เรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งพบมากในส่วนผิวขององุ่น และ OPC (Oligomeric proanthocyanidin, Proanthocyanidin, Pycnogenol) ซึ่งพบมากในส่วนเมล็ด

นักวิจัยจากฮาร์เวิร์ดได้พยายามนำสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญต่างๆ มาทดลองในเซลล์เชื้อราและตัวหนอน เพื่อหาสารที่สามารถยืดอายุขัยของเซลล์ได้ ผลการทดลองพบว่า สารที่สามารถยืดอายุขัยของเซลล์ หรือสารที่มีแนวโน้มจะเป็นยาอายุวัฒนะได้คือ เรสเวอราทรอล และยังพบอีกว่า เรสเวอราทรอลทำงานโดยไปกระตุ้นยีน Sir 2 ซึ่งเป็นยีนที่มีบทบาทสำคัญในการยืดอายุเซลล์

วันพฤหัสบดี

7 สุดยอด Vitamin อาหารเสริม เพื่อผิวสวยใส

7 สุดยอด Vitamin อาหารเสริม เพื่อผิวสวยใส (ตอนแรก)

หากในแต่ละวันเราไม่สามารถกินผักผลไม้ ได้ครบ 5-8 จานย่อมๆ (ต้อง 7 สีด้วยนะ) แล้วจะทำยังงัย เราถึงจะได้รับวิตามินครบ เพื่อสุขภาพที่ดีและผิวสวยใส วันนี้มีทางลัดมาแนะนำค่ะ


วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินซี หรือ แอสคอบิกแอซิด (Ascorbic Acid) เป็นวิตามินที่ได้รับการยกย่องจาก Dr.Nicholas Perricone แพทย์ผิวหนังและ Anti-Aging ชื่อดังจากนิวยอร์ก ว่าเป็นวิตามินระดับซูเปอร์สตาร์ เป็นวิตามินที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระตัวแรกๆ ที่ถูกค้นพบและศึกษากันอย่างกว้างขวาง

จากการทดลอง พบว่า วิตามินซี(Vitamin C) น่าจะยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ และมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจน จึงอาจช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและการเสื่อมสภาพของผิวได้


วันศุกร์

7 สุดยอด อาหารผิวสวย สุขภาพดี (ตอนจบ)

7 สุดยอด อาหารผิวสวย สุขภาพดี (ตอบจบ)

ปลาแซลมอน Salmon : อาหารผิวสวย สุขภาพดี ตัวที่ 5

ในปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาโอ นอกจากจะมีไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) ที่มีประโยชน์มากมายแล้ว ยังมีสารบำรุงผิวแสนวิเศษทำให้ผิวสวยสุขภาพดีมีชื่อว่า DMAE หรือ Dimethylaminoethanol ซึ่งต่างกับสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ตรงที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มความคงตัวของผนังเซลล์ จึงช่วยให้เซลล์ทนต่อการทำลายของอนุมูลอิสระ และยังช่วยเพิ่มระดับของสารอะซิทิลโคลีน (Acetylcholine) ช่วยเพิ่มความกระชับของผิวได้อีกด้วย


ปลาแซลมอนที่มีสาร DMAE สูงสุด คือ ปลาแซลมอนจากแถบอลาสกา ส่วนปลาแซลมอนที่เพาะเลี้ยงในฟาร์มจะมี DMAE อยู่ในปริมาณที่ต่ำกว่า


โยเกิร์ต : อาหารผิวสวย สุขภาพดี ตัวที่ 6

วันพฤหัสบดี

7 สุดยอด อาหารผิวสวย สุขภาพดี

7 สุดยอด อาหารผิวสวย สุขภาพดี  (ตอนแรก )

You are what You eat !!!   อ่านแล้วก็คงจะคุ้นๆ กันนะคะ

ถ้าอยากได้ผิวสวยใส สุขภาพดี เราควรต้องดูแลกันตั้งแต่อาหารที่เราทานเข้าไปค่ะ เราจะได้เผยผิวสวยใสแบบธรรมชาติจากภายในสู่ภายนอก อวดผิวสวยได้ไม่อายใครค่ะ สารอาหารที่ว่า ก็มีตามนี้ค่ะ

ผักผลไม้สีส้มเหลือง : อาหารผิวสวย สุขภาพดี ตัวที่ 1
เช่น สีส้มสดใสจาก แคร์รอต carrot ส้ม มะละกอ แอพริคอต สีแดงเปล่งปลั่งจากมะเขือเทศ แตงโม หรือสีเหลืองนวลจากฟักทอง

ผักผลไม้สีส้มเหลืองเหล่านี้ มีสารอาหารในกลุ่มของวิตามินเอ ตามธรรมชาติ หรือ กลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) โดยมีสารหลักที่สำคัญคือ เบตาแคโรทีน (Beta-carotene)
มีการศึกษาพบว่า เมื่อผิวหนังของคนเราถูกแสงยูวีทำลาย เกิดเป็นอนุมูลอิสระขึ้น เบตาแคโรทีนสามารถเข้ามายับยั้งอนุมูลอิสระ อีกนัยหนึ่งคือ ปกป้องผิวเราจากการถูกทำลายด้วยแสงยูวีนั่นเอง

สารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคือ ไลโคพีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ มีการศึกษาพบว่าไลโคพีนช่วยปกป้องการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยปกป้องการเกิดมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ และช่วยชะลอการเสื่อมโทรมของเซลล์ผิวหนังได้ค่ะ

ผักผลไม้สีม่วง : อาหารผิวสวย สุขภาพดี ตัวที่ 2

วันพุธ

แป้งและน้ำตาล เลือกทานให้ถูกวิธี สุขภาพดีเป็นของคุณ

แป้งและน้ำตาล เลือกทานให้ถูกวิธี สุขภาพดีเป็นของคุณค่ะ

การรู้จักเลือกทานแป้งและน้ำตาลให้ถูกวิธี ก็ถือได้ว่าเป็นการดูแลสุขภาพอย่างหนึ่งแล้วค่ะ ซึ่งมีวิธีเลือกปฎิบัติง่ายๆตามนี้ค่ะ

1. ใช้แป้งและน้ำตาลชนิดมีกาก (Complex carbohydrate) ยกตัวอย่างเช่น ให้เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ข้าวมันปู ข้าวแดง ข้าวเม่า ข้าวโอ๊ต ซึ่งข้าวเหล่านี้มีเส้นใยอาหารมากกว่าข้าวขาว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นช้ากว่า จึงดีกับร่างกายเรามากกว่า นอกจากนี้ ยังมีวิตามินบีและโฟเลต ซึ่งช่วยการทำงานของระบบสื่อประสาท มีส่วนสำคัญในการเผาผลาญพลังงานด้วย แค่เปลี่ยนสีข้าวของคุณทุกมื้อ ก็ถือเป็นการดูแลสุขภาพอย่างหนึ่งแล้วค่ะ

2. แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย เช่น ถ้าทานอยู่สองมื้อคือเช้ากับกลางวันอยู่แล้ว ก็ให้ลดปริมาณแต่ละมื้อลง แล้วเอาไปเสริมเป็นมื้ออาหารว่างแทน อย่างนี้จะทำให้น้ำตาลไม่ต่ำมากจนเกินไประหว่างช่วงที่อาหารย่อยหมดแล้ว ทำให้ไม่โหยหาแป้งและน้ำตาลมาก

วันอังคาร

น้ำตาล หวานแต่ร้ายยย...นะจ๊ะ

น้ำตาล...หวาน  แต่ร้ายยย

NO MORE SUGAR !!!

อาหารประเภทแป้งทุกชนิด เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จะเปลี่ยนแปลงเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงาน อาหารประเภทแป้งบางชนิดจัดเป็นแป้งบั่นทอนสุขภาพ เนื่องจากแป้งเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย ส่งผลให้ฮอร์โมนที่มีชื่อว่า อินซูลิน ถูกหลั่งออกมาในปริมาณสูงหลังจากเรารับประทานอาหารประเภทนี้เข้าไป เราเรียกอาหารประเภทแป้งในกลุ่มนี้ว่า high glycemic index food หรือ อาหารน้ำตาลสูง


 
อาหารประเภทแป้งอีกชนิด จัดได้ว่าเป็นกลุ่มประเภทแป้งเพื่อสุขภาพ คือ เมื่อเรารับประทานเข้าไปจะถูกดูดซึมอย่างช้าๆ เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยลดอัตราเร็วในการดูดซึมของน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆสูงขึ้นอย่างช้าๆ อินซูลินก็จะค่อยๆถูกปล่อยออกมาช้าๆ ไม่กระโตกกระตาก เราเรียกอาหารประเภทนี้ว่า low glycemic index food หรือ อาหารน้ำตาลต่ำ

การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นพรวดพราด แล้วลงอย่างฮวบฮาบ หรือ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วบ่อยๆ ไม่เพียงแต่จะส่งผลให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน แต่น้ำตาลยังทำให้เกิดผลเสียอื่นๆตามมาอีก

โปรตีน ไม่ได้มีดีแค่...อิ่มสบายท้อง

โปรตีนไม่ได้มีดีแค่...อิ่มสบายท้อง

ในแนวทางของ Anti-Aging คำแนะนำทั่วไปในการทานสารอาหารสามหมู่หลักที่เรียกว่า Macronutrients อยู่ที่ประมาณ 50/40/10 คือ พลังงานที่ได้รับในแต่ละวันควรได้จากแป้งประมาณ 50 ส่วน โปรตีน 40 ส่วน และไขมัน 10 ส่วน แต่ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการหรือภาวะร่างกายของแต่ละคนเช่น หากคุณเป็นนายแบบ ต้องการเพิ่มมัดกล้ามงามๆ ก็อาจต้องเพิ่มโปรตีนเป็น 40/50/10 คุณก็จะได้หุ่นที่ lean สมใจ ในทางกลับกัน หากคุณเป็นผู้สูงอายุ ห่วงเรื่องการทำงานของไต สัดส่วนก็จะปรับไปเป็น 60/30/10 ได้

โดยทั่วไปปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้ทานในแต่ละวันจะอยู่ที่ประมาณ 0.5-1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม